ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Slip Tracker
ภาษา: ไทย
English ไทย 日本語 한국어 Deutsch Français
  1. Slip Tracker
  2. คู่มือ

เงินสำรองฉุกเฉินควร⁠มี⁠เท่า⁠ไหร่? หา⁠ก่อน⁠ว่าเดือน⁠หนึ่งคุณ⁠ใช้⁠เงิน⁠เท่า⁠ไร

ถามว่าเงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไหร่ คำตอบส่วนใหญ่จะบอกเป็นจำนวนเดือน แต่จะใช้สูตรนี้ได้ ต้องรู้ก่อนว่าเดือนหนึ่งคุณใช้เงินเท่าไร สูตรเรื่องเงินมีเยอะ ตัวเลขจริงของคุณอยู่ในสลิป

อัปเดต 31 ตุลาคม 2026

หัวข้อในหน้านี้

  1. 1. คำตอบที่มักได้ยิน: นับเป็นเดือน
  2. 2. ทำไมต้องใช้ตัวเลขของคุณเอง
  3. 3. บันทึกเดือนที่แล้วให้ครบ
  4. 4. ดูว่าเดือนที่แล้วใช้ไปเท่าไร
  5. 5. ดูว่าเดือนปกติใช้เท่าไร
  6. 6. ดูรายการที่จ่ายทุกเดือน
  7. 7. รวมค่าใช้จ่ายที่ยังต้องจ่าย
  8. 8. เลือกจำนวนเดือน แล้วเก็บเงินไว้ที่อื่น
  9. 9. สิ่งที่ Slip Tracker ไม่ได้ทำ
  10. 10. คำถามที่พบบ่อย
  11. 11. โหลด Slip Tracker

1. คำตอบที่มักได้ยิน: นับเป็นเดือน

ธนาคารแห่งประเทศไทยบอกว่าเงินสำรองฉุกเฉินมีไว้ใช้ยามจำเป็นที่ไม่ได้วางแผนไว้ เช่น ตกงานหรือเจ็บป่วย และโดยทั่วไปควรมีอย่างน้อยเท่ากับค่าใช้จ่าย 3 ถึง 6 เดือน ตามรายงานผลสำรวจครัวเรือนปี 2567

ผลสำรวจนี้ทำร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยสำรวจ 12,558 ครัวเรือน และพบว่าผู้ตอบ 23.7% มีเงินสำรองฉุกเฉินพอใช้ 6 เดือนขึ้นไป ตามรายงานฉบับเดียวกัน

2. ทำไมต้องใช้ตัวเลขของคุณเอง

จำนวนเดือนเป็นแค่ครึ่งหนึ่งของการคิด อีกครึ่งคือเดือนหนึ่งคุณใช้เงินเท่าไร ซึ่งแต่ละคนไม่เท่ากัน

สูตรนี้คิดจากค่าใช้จ่ายต่อเดือน ไม่ใช่เงินเดือน ตัวอย่างทั่วไปมักเริ่มจากเงินเดือนสมมติ แต่จุดเริ่มที่ดีกว่าคือเดือนที่แล้วของคุณเอง เพราะจ่ายไปแล้วจริง และหลายรายการก็มีสลิปอยู่แล้ว

3. บันทึกเดือนที่แล้วให้ครบ

เริ่มจากเดือนที่แล้ว เพราะจบเดือนไปแล้ว ใน Slip Tracker ให้เปิดแท็บเพิ่ม แล้วเลือกสแกนสลิป ถ้าแอปถาม ให้แตะอนุญาตให้เข้าถึงรูปภาพ จากนั้นเลือกกำหนดเอง ตั้งวันที่เป็นเดือนที่แล้ว แล้วอ่านสลิปที่แอปพบ ใบที่แอปยังไม่แน่ใจจะขึ้นว่าต้องตรวจสอบ ให้ตรวจใบเหล่านั้นก่อน ถ้าสลิปไหนไม่ขึ้น ให้แตะเลือกรูปภาพ แล้วเลือกสลิปนั้นเอง

เงินสดและรายการที่ไม่มีสลิปต้องเพิ่มเอง โดยเปิดแท็บเพิ่ม แล้วเลือกกรอกเอง เงินเดือนก็เพิ่มแบบเดียวกัน โดยเลือกเงินเข้า บันทึกของคุณจะได้มีทั้งเงินเข้าและเงินออก แอปจะนับเป็นเงินเข้า ไม่รวมในยอดใช้จ่าย ดูวิธีเพิ่มสลิปและเงินสด

สแกนสลิป: สลิปที่พบในรูปภาพ เลือกช่วงวันได้ทั้งวันนี้ 7 วันล่าสุด เดือนนี้ หรือกำหนดเอง
ตัวอย่างหน้าจอบน iPhone ใช้ข้อมูลตัวอย่าง

4. ดูว่าเดือนที่แล้วใช้ไปเท่าไร

เปิดหน้าสรุป แตะชื่อเดือน แล้วเลือกเดือนที่แล้ว ยอดที่อยู่ใต้ชื่อเดือนคือเงินที่ใช้ไปในเดือนนั้น

ด้านล่าง หมวดหมู่จะบอกว่าเงินของเดือนนั้นไปอยู่ที่ไหน เช่น ค่าบ้าน อาหาร หรือการเดินทาง พร้อมยอดของแต่ละหมวด

บางเดือนอาจไม่ปกติ เช่น มีงานแต่ง กลับบ้านต่างจังหวัด หรือซ่อมของชิ้นใหญ่ ถ้าบันทึกเดือนก่อน ๆ ไว้ ก็ลองดูเดือนเหล่านั้นด้วย

สรุปการใช้จ่ายรายเดือนและยอดแยกตามหมวดหมู่
ตัวอย่างหน้าจอบน iPhone ใช้ข้อมูลตัวอย่าง

5. ดูว่าเดือนปกติใช้เท่าไร

ในหน้าสรุป แตะหมวดหมู่เพื่อเปิดหน้าของหมวดนั้น ตรงปกติต่อเดือน จะเห็นว่าหมวดนี้ปกติใช้เดือนละเท่าไร

ตัวเลขนี้คิดจากเดือนที่จบแล้วล่าสุด ไม่เกิน 6 เดือน จึงจะขึ้นหลังจากเดือนแรกที่บันทึกจบลง

6. ดูรายการที่จ่ายทุกเดือน

ในหน้าสรุป ให้เปิดรายการที่จ่ายซ้ำ แอปจะแสดงรายการที่จ่ายเป็นประจำ เช่น ค่าเช่า ค่าโทรศัพท์ หรือค่าประกัน พร้อมบอกว่าจ่ายบ่อยแค่ไหนและปกติจ่ายเท่าไร

รายการเหล่านี้มักเป็นค่าใช้จ่ายที่ยังต้องจ่ายแม้รายได้จะหยุดไป ส่วนค่าใช้จ่ายรายวันอย่างอาหารและค่าเดินทาง ให้ดูจากหมวดหมู่ รายการที่จ่ายซ้ำจะครบขึ้นเมื่อบันทึกไปหลายเดือน

7. รวมค่าใช้จ่ายที่ยังต้องจ่าย

ไล่ดูหมวดหมู่และรายการที่จ่ายซ้ำ บางอย่างคุณยังต้องจ่ายแม้รายได้จะหยุดไปสักพัก เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ อาหาร และค่าเดินทาง บางอย่างหยุดหรือเลื่อนไปก่อนได้ Slip Tracker แสดงตัวเลขให้ดู แล้วคุณเลือกเองว่าอะไรคุ้ม

รวมยอดเดือนปกติของรายการที่คุณจะจ่ายต่อ โดยใช้ปกติต่อเดือนของแต่ละหมวด หรือยอดปกติของแต่ละรายการที่จ่ายซ้ำ ผลรวมนี้คือตัวเลขหนึ่งเดือนของคุณ

8. เลือกจำนวนเดือน แล้วเก็บเงินไว้ที่อื่น

จากนั้นเลือกเองว่าอยากมีเงินสำรองกี่เดือน แล้วนำตัวเลขหนึ่งเดือนไปคูณ ผลที่ได้คือตัวเลขเงินสำรองฉุกเฉินของคุณเอง

เงินก้อนนี้ต้องเก็บไว้ที่อื่น เพราะ Slip Tracker แค่บันทึกการจ่ายเงิน ไม่ได้เก็บเงินแทนคุณ จะเก็บไว้ที่ไหนก็เลือกเองได้ แล้วกลับมาดูปกติต่อเดือนเป็นระยะ ถ้าค่าใช้จ่ายเปลี่ยน ตัวเลขของคุณก็เปลี่ยนตาม

9. สิ่งที่ Slip Tracker ไม่ได้ทำ

Slip Tracker เป็นแอปบันทึกรายรับรายจ่าย ไม่ได้เก็บเงินแทนคุณ ไม่ได้โอนเงิน และไม่มีบัญชีเงินฝาก ไม่มีเป้าหมาย ยอดที่ต้องเก็บให้ถึง หรือตัวเลขความคืบหน้า และไม่ได้บอกว่าควรมีเงินสำรองกี่เดือนหรือเท่าไร

แอปนับเฉพาะรายการที่คุณเพิ่ม คือสลิปที่แอปอ่าน กับเงินสดและรายรับที่คุณกรอกเอง แอปไม่ได้เข้าบัญชีธนาคารของคุณ

10. คำถามที่พบบ่อย

เงินสำรองฉุกเฉินควรมีกี่เดือน

ธนาคารแห่งประเทศไทยบอกว่าโดยทั่วไปควรมีอย่างน้อยเท่ากับค่าใช้จ่าย 3 ถึง 6 เดือน ส่วนจะมีกี่เดือนเป็นเรื่องที่คุณเลือกเอง Slip Tracker แสดงให้เห็นว่าเดือนหนึ่งคุณใช้เงินเท่าไร แล้วคุณคำนวณเองได้

Slip Tracker เก็บเงินสำรองไว้ให้ได้ไหม

ไม่ได้ Slip Tracker ไม่ได้เก็บเงินแทนคุณ ไม่ได้โอนเงิน และไม่มีเป้าหมายเก็บเงิน แอปนี้เป็นแอปบันทึกรายรับรายจ่าย อ่านสลิปพร้อมเพย์และสลิปโอนเงินของคุณ แล้วแสดงว่าแต่ละเดือนใช้เงินไปเท่าไร ส่วนเงินสำรองจะเก็บไว้ที่ไหน คุณเลือกเอง

ต้องบันทึกนานแค่ไหนถึงจะรู้ว่าเดือนหนึ่งใช้เงินเท่าไร

พอบันทึกครบหนึ่งเดือน หน้าสรุปก็บอกได้ว่าเดือนนั้นใช้ไปเท่าไร ส่วนปกติต่อเดือนจะขึ้นหลังจบเดือนแรก และคิดจากเดือนที่จบแล้วล่าสุด ไม่เกิน 6 เดือน

แอปนับเงินสดด้วยไหม

นับเฉพาะเงินสดที่คุณเพิ่มเอง เงินสดไม่มีสลิป จึงต้องกรอกเอง โดยเปิดแท็บเพิ่ม แล้วเลือกกรอกเอง

ต้องผูกบัญชีธนาคารไหม

ไม่ต้อง Slip Tracker ไม่ต้องสมัครหรือเข้าบัญชีธนาคาร แอปใช้สลิปที่เก็บไว้ในเครื่อง และเก็บรายการไว้ในโทรศัพท์แบบเข้ารหัส

11. โหลด Slip Tracker

ใช้ฟรีบน Android

ดาวน์โหลดที่ Google Play

Android 8.0 ขึ้นไป · iPhone เร็ว ๆ นี้

คู่มืออื่น

  • วิธีเก็บเงินให้อยู่ เริ่มจากรู้ว่าเงินไปไหน
  • บันทึกรายรับรายจ่ายเริ่มยังไง ให้ทำได้ทุกเดือน
  • สรุปรายจ่ายรายเดือน ดูยังไงว่าเงินหมดไปกับอะไร
  • วิธีบันทึกรายรับรายจ่ายจากสลิปพร้อมเพย์
  • Slip Tracker อ่านสลิปโอนเงินธนาคารไหนได้บ้าง
  • ความช่วยเหลือ

กลับไปหน้า Slip Tracker

Slip Tracker

Slip Tracker เปลี่ยนสลิปการชำระเงินของไทยให้เป็นบันทึกรายจ่ายส่วนตัวบนโทรศัพท์ของคุณ

ข้อกฎหมาย

  • ประกาศความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้งาน

ผลิตภัณฑ์

  • ความช่วยเหลือ
  • อีเมลถึงเรา
  • Google Play

คู่มือ

  • แอปบันทึกรายรับรายจ่าย
  • สลิปธนาคารที่รองรับ
  • จดรายจ่ายพร้อมเพย์
  • นำเข้าสลิปบน Android
  • เทียบแอปรายรับรายจ่าย
  • คู่มือทั้งหมด

ภาษา

English ไทย 日本語 한국어 Deutsch Français

© 2026 La Win Ko สงวนลิขสิทธิ์

Google Play, โลโก้ Google Play และ Android เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ส่วน Apple, โลโก้ Apple, iPhone, iCloud, Face ID และ App Store เป็นเครื่องหมายการค้าของ Apple Inc. ซึ่งจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาและประเทศหรือภูมิภาคอื่น App Store เป็นเครื่องหมายบริการของ Apple Inc.