ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Slip Tracker
ภาษา: ไทย
English ไทย 日本語 한국어 Deutsch Français
  1. Slip Tracker
  2. คู่มือ

ก่อนวันเซลรอบหน้า ดูก่อนว่าจ่ายร้านออนไลน์ไปเท่าไรแล้ว

ก่อนช้อปวัน 11.11 หรือ 12.12 ลองดูก่อนว่าคุณจ่าย Shopee, Lazada และ TikTok Shop ไปแล้วเท่าไร สูตรเรื่องเงินมีเยอะ ตัวเลขจริงของคุณอยู่ในสลิป Slip Tracker อ่านสลิปให้คุณ

อัปเดต 31 ตุลาคม 2026

หัวข้อในหน้านี้

  1. 1. สูตรวันเซลต้องเริ่มจากตัวเลขของคุณ
  2. 2. เพิ่มสลิปของคุณ
  3. 3. กรอกรายการที่ไม่มีสลิป
  4. 4. ดูยอดหมวดช้อปปิ้ง
  5. 5. ค้นหาทีละร้าน
  6. 6. ดูวันเซลที่ผ่านมา
  7. 7. เลือกเองว่าอะไรคุ้ม
  8. 8. สิ่งที่ Slip Tracker ไม่ได้ทำ
  9. 9. คำถามที่พบบ่อย
  10. 10. โหลด Slip Tracker

1. สูตรวันเซลต้องเริ่มจากตัวเลขของคุณ

ก่อนวันเซลใหญ่ คำแนะนำที่ได้ยินบ่อยคือ ตั้งยอดที่จะใช้ในวันนั้นไว้ก่อน จดรายการของที่จะซื้อ แล้วซื้อเฉพาะที่จดไว้ จะได้ไม่ใช้เงินเกินตัว บางคนลองไม่ซื้อของใหม่เลยทั้งเดือน

ETDA หรือสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำรวจผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2565 โดยมีผู้สมัครใจตอบ 46,348 คน ผลสำรวจพบว่า 44.39% บอกว่าโปรโมชันอย่าง 11.11 และ 12.12 เป็นเหตุผลที่ซื้อของออนไลน์ ตามรายงานของ ETDA

การตั้งยอดสำหรับวันเซลต้องมีจุดเริ่ม คือปกติแต่ละเดือนคุณจ่ายร้านออนไลน์เท่าไร และเดือนนี้จ่ายไปแล้วเท่าไร ตัวเลขนี้ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

2. เพิ่มสลิปของคุณ

เวลาจ่าย Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop ด้วยพร้อมเพย์หรือโอนเงิน แอปธนาคารจะแสดงสลิป บันทึกสลิปไว้ในรูปภาพ

ใน Slip Tracker ให้เปิดแท็บเพิ่ม เลือกสแกนสลิป แล้วเลือกสลิปของเดือนนี้และเดือนก่อน แอปจะอ่านให้ทีละใบ ส่วนใบที่ยังไม่แน่ใจจะขึ้นว่าต้องตรวจสอบ ครั้งแรกแอปจะถามว่าบัญชีไหนเป็นของคุณ ให้เลือกบัญชีของคุณ เพื่อให้รายการที่จ่ายออกจากบัญชีนั้นนับเป็นรายจ่าย ดูวิธีเพิ่มสลิปและเงินสดทีละขั้น

3. กรอกรายการที่ไม่มีสลิป

Slip Tracker นับรายการที่มีสลิป และรายการที่คุณกรอกเอง การซื้อที่จ่ายด้วยบัตร เก็บเงินปลายทาง จ่ายทีหลัง หรือวอลเล็ตของร้านอย่าง ShopeePay ไม่มีสลิป จึงยังไม่นับจนกว่าคุณจะกรอกเอง

การซื้อแบบจ่ายทีหลังมีคนใช้มากขึ้น ข่าวเดือนมิถุนายน 2569 เรื่องแผนของธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับบริการนี้ ระบุว่าบัญชีซื้อก่อนจ่ายทีหลังเพิ่มขึ้นเกือบ 100% ต่อปี และผู้ใช้กว่าครึ่งอายุ 20 ถึง 35 ปี ตามข่าวของ Pattaya Mail

จะเพิ่มรายการ ให้เปิดแท็บเพิ่ม แล้วเลือกกรอกเอง ใส่จำนวนเงิน เลือกช้อปปิ้งในหมวดหมู่ ใส่วันที่ และพิมพ์ชื่อร้านในช่องร้านค้า แล้วแตะบันทึกรายการ ถ้าเป็นเก็บเงินปลายทาง ให้กรอกในวันที่จ่ายเงิน

4. ดูยอดหมวดช้อปปิ้ง

เปิดหน้าสรุป ในหมวดหมู่ ให้หาช้อปปิ้ง จะเห็นยอดที่จ่ายไปในเดือนนี้ และเปลี่ยนไปเท่าไรเมื่อเทียบกับเดือนก่อน เช่น มากขึ้น ฿1,200 หมวดช้อปปิ้งรวมร้านอื่น ๆ ด้วย สลับไปที่ร้านค้าเพื่อดู Shopee, Lazada และ TikTok Shop แยกทีละร้าน

ถ้าสลิปมีชื่อ Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop แอปจะใส่หมวดช้อปปิ้งให้ แต่สลิปบางใบมีชื่อผู้ขายหรือบริษัทรับชำระเงินแทน ให้เลือกช้อปปิ้งเอง แล้วแอปจะจำตัวเลือกของคุณไว้ใช้กับชื่อนั้นได้

หน้าสรุปของเดือนกันยายน แสดงยอดใช้จ่าย การเทียบกับช่วงวันเดียวกันของเดือนสิงหาคม และสัดส่วนตามหมวดหมู่
ตัวอย่างหน้าจอบน iPhone ใช้ข้อมูลตัวอย่าง

5. ค้นหาทีละร้าน

เปิดแท็บสลิป แล้วค้นหา Shopee แอปจะแสดงรายการที่คุณบันทึกไว้กับ Shopee แยกตามวัน และบอกว่ามีกี่รายการ จากนั้นค้นหา Lazada และ TikTok Shop

ลองดูวันที่ รายการกระจุกอยู่ช่วงวันเซลอย่าง 9.9 และ 10.10 หรือหลังเงินเดือนออกไหม ดูเพิ่มเรื่องร้านค้าที่จ่ายบ่อย

ค้นหาชื่อร้านในแท็บสลิป พบ 102 รายการ แสดงทีละรายการตามวัน
ตัวอย่างหน้าจอบน iPhone ใช้ข้อมูลตัวอย่าง

6. ดูวันเซลที่ผ่านมา

เปิดหน้าสรุป แล้วสลับจากเดือนเป็นวัน แตะที่วันที่ จะขึ้นหน้าเลือกวัน ให้เลือกวันเซลที่ผ่านมา เช่น 10 ตุลาคม แอปจะแสดงรายการที่คุณบันทึกไว้ในวันนั้น

7. เลือกเองว่าอะไรคุ้ม

ตอนนี้คุณมีตัวเลขของตัวเองแล้ว ว่าเดือนก่อนจ่ายร้านออนไลน์ไปเท่าไร เดือนนี้จ่ายไปแล้วเท่าไร และวันเซลที่ผ่านมาจ่ายไปเท่าไร แล้วเลือกเองว่าอะไรคุ้ม Slip Tracker แสดงตัวเลขให้ดู แต่ไม่ได้บอกว่าควรซื้ออะไรหรือไม่ควรซื้ออะไร

หลังวันเซล ลองกลับมาดูอีกครั้ง โดยค้นหาทีละร้าน หรือเปิดวันนั้นในหน้าสรุป

8. สิ่งที่ Slip Tracker ไม่ได้ทำ

Slip Tracker เป็นแอปบันทึกรายรับรายจ่าย ไม่ได้ห้าม ไม่ได้บล็อก และไม่ได้เตือนก่อนคุณซื้อของ ไม่มีรายการของที่อยากได้ และไม่มีแจ้งเตือนราคา แอปแสดงว่าคุณจ่ายไปเท่าไร ส่วนจะเลือกอะไรขึ้นอยู่กับคุณ

แอปนับเฉพาะรายการที่คุณเพิ่ม คือสลิปที่แอปอ่าน กับรายการที่คุณกรอกเอง การซื้อที่จ่ายด้วยบัตร เก็บเงินปลายทาง จ่ายทีหลัง หรือวอลเล็ตของร้าน ไม่มีสลิป จึงไม่นับจนกว่าคุณจะกรอกเอง

แอปไม่ได้เชื่อมกับ Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop ไม่เห็นคำสั่งซื้อ และไม่เห็นยอดที่ต้องจ่ายทีหลัง แอปไม่ได้เข้าบัญชีธนาคารของคุณ

9. คำถามที่พบบ่อย

Slip Tracker เห็นคำสั่งซื้อใน Shopee หรือ Lazada ไหม

ไม่เห็น แอปไม่ได้เชื่อมกับร้านไหนเลย แอปอ่านสลิปที่คุณบันทึกไว้ตอนจ่ายด้วยพร้อมเพย์หรือโอนเงิน และนับรายการที่คุณกรอกเอง

ทำไมรายการ Shopee ไม่อยู่ในหมวดช้อปปิ้ง

สลิปบางใบมีชื่อผู้ขายหรือบริษัทรับชำระเงิน ไม่ใช่ชื่อร้าน เปิดรายการนั้นแล้วเลือกช้อปปิ้ง แอปจะจำตัวเลือกของคุณไว้ใช้กับชื่อนั้นได้

แอปนับเก็บเงินปลายทางหรือจ่ายทีหลังด้วยไหม

นับเฉพาะที่คุณกรอกเอง การซื้อแบบเก็บเงินปลายทาง บัตร จ่ายทีหลัง หรือวอลเล็ตของร้านไม่มีสลิป ให้เปิดแท็บเพิ่ม เลือกกรอกเอง แล้วเลือกหมวดช้อปปิ้ง Slip Tracker ไม่ได้แสดงยอดที่ยังต้องจ่ายทีหลัง

Slip Tracker ห้ามไม่ให้ช้อปจนใช้เงินเกินตัวได้ไหม

ไม่ได้ Slip Tracker ไม่ได้ห้าม ไม่ได้บล็อก และไม่ได้เตือนก่อนซื้อ แอปแสดงว่าคุณจ่ายไปเท่าไรทั้งก่อนและหลังวันเซล แล้วคุณเลือกเองว่าอะไรคุ้ม

ต้องผูกบัญชีธนาคารไหม

ไม่ต้อง Slip Tracker ไม่ต้องสมัครหรือเข้าบัญชีธนาคาร แอปใช้สลิปที่เก็บไว้ในเครื่อง และเก็บรายการไว้ในโทรศัพท์แบบเข้ารหัส

10. โหลด Slip Tracker

ใช้ฟรีบน Android

ดาวน์โหลดที่ Google Play

Android 8.0 ขึ้นไป · iPhone เร็ว ๆ นี้

คู่มืออื่น

  • วิธีเก็บเงินให้อยู่ เริ่มจากรู้ว่าเงินไปไหน
  • สรุปรายจ่ายรายเดือน ดูยังไงว่าเงินหมดไปกับอะไร
  • วิธีบันทึกรายรับรายจ่ายจากสลิปพร้อมเพย์
  • Slip Tracker อ่านสลิปโอนเงินธนาคารไหนได้บ้าง
  • สลิปโอนเงินบอกอะไรบ้าง และใช้จดรายจ่ายยังไง
  • ความช่วยเหลือ

กลับไปหน้า Slip Tracker

Slip Tracker

Slip Tracker เปลี่ยนสลิปการชำระเงินของไทยให้เป็นบันทึกรายจ่ายส่วนตัวบนโทรศัพท์ของคุณ

ข้อกฎหมาย

  • ประกาศความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้งาน

ผลิตภัณฑ์

  • ความช่วยเหลือ
  • อีเมลถึงเรา
  • Google Play

คู่มือ

  • แอปบันทึกรายรับรายจ่าย
  • สลิปธนาคารที่รองรับ
  • จดรายจ่ายพร้อมเพย์
  • นำเข้าสลิปบน Android
  • เทียบแอปรายรับรายจ่าย
  • คู่มือทั้งหมด

ภาษา

English ไทย 日本語 한국어 Deutsch Français

© 2026 La Win Ko สงวนลิขสิทธิ์

Google Play, โลโก้ Google Play และ Android เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ส่วน Apple, โลโก้ Apple, iPhone, iCloud, Face ID และ App Store เป็นเครื่องหมายการค้าของ Apple Inc. ซึ่งจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาและประเทศหรือภูมิภาคอื่น App Store เป็นเครื่องหมายบริการของ Apple Inc.